—บทความนี้เป็นบทความที่เขียนให้กับนิตยสารยูงทอง ปี 2563—
สามารถอ่านได้ ที่นี่เลย !

พูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเลข 5 ในความคิดของคนไทยก็คงหนีไม่พ้นเสียงหัวเราะ สมัยที่พวกเรายังเด็กๆ กัน ตอนเราไปที่ร้านทำผมและรอคิวอยู่นั้น ก็มักจะได้เจอกับ ‘นิตยสาร’ เล่มหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยการ์ตูนเบาสมองมากมาย สอดแทรกไปด้วยบทสนทนาขำขัน และเรื่องสั้นที่น่าสนใจต่าง ๆ ใช่แล้ว เรากำลังหมายถึง “ขายหัวเราะ” อยู่นั่นเอง

ขายหัวเราะเป็นนิตยสารรายปักษ์ (วางขายทุก 15 วัน) ที่ฉบับกระเป๋านั้นวางตลาดครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 มีเนื้อหาเป็นการ์ตูน “แก๊ก” ตลก ด้วยฝีมือของนักวาดการ์ตูนชาวไทยที่เป็นที่นิยมกันมาตั้งแต่สมัยก่อนจนปัจจุบัน เช่น น้าต่าย น้านิค น้าเอ๊าะ น้าปุ๋ย น้าจิ๋ว น้าโย่ง น้าเอ๊ะ น้ายุง น้าน้อยหน่า ฯลฯ มุกของพวกเขามักจะทันสมัย ทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น

35 ปีต่อมา ขายหัวเราะก็ได้ดำเนินมาถึงฉบับที่ 1500 ในฉบับพิเศษนี้จึงได้ร่วมเฉลิมฉลองด้วยฉบับพิเศษ Limited Edition “You’ll Never Laugh Alone หัวเราะด้วยกัน ไม่มีวันเดียวดาย” ซึ่งเป็นเล่มขนาดใหญ่กว่าปกติ มีศิลปินรับเชิญมาร่วมผลิตผลงานลงหนังสือกว่า 70 ชีวิต เป็นเล่มที่ชวนให้รำลึกถึงความหลังตอนเราเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างมุกติดเกาะ มุกล้อวรรณคดีไทย หรือกระทั่งมุกโจรมุมตึกก็ด้วย แต่ในเล่มนั้นมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจและชวนให้คิด

ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง 5 เรื่องราวของ “ขายหัวเราะ ฉบับที่ 1500” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1) จนถึงฉบับที่ 1500 ขายหัวเราะยังคงความเป็นนิตยสารแก๊กทันสมัยได้อยู่

ด้วยความที่ขายหัวเราะเป็นนิตยสารรายปักษ์ ทำให้มุกตลกต่าง ๆ ภายในเล่มนั้น มักจะเป็นมุกที่เปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยม อย่างสมัยก่อนที่ล้อเรื่องการเมืองในปี พ.ศ. 2554 ที่มีการประท้วงแบ่งฝ่ายโดยใช้ ‘ตีนตบ’ และ ‘มือตบ’ โดยมุกตลกภายในเล่มก็มักจะเอาสถานการณ์นี้มาเล่นวาด ในฉบับที่ 1500 เช่นเดียวกันที่ยังคงมีเนื้อหาที่เป็นสมัยนิยมอยู่ เช่น โรค COVID-19 การใส่แมสก์กันโรคและฝุ่น บริการสั่งอาหารออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการล้อ #ผนงรจตกม ก็ตาม ทำให้เห็นว่าขายหัวเราะยังคงความคลาสสิกของตัวเองเอาไว้ได้ และมีมุกตลกที่เหมาะกับทุกเพศและทุกวัยอยู่

ภาพถูกสแกนโดย yukraider ใน Pantip

2) มีศิลปินที่มีชื่อเสียงจากหลายแขนงมารับเชิญในเล่มมากมาย

ในเล่มเราจะเห็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลงานระดับโลกมากมาย เช่น Pop Mhan นักวาดการ์ตูนไทยผู้เคยร่วมงานกับทั้ง Marvel และ DC ฝน วีรสุนทร Storyboard Artist ของ Disney ที่มีผลงานเด่นคือเรื่อง Frozen หรือแม้กระทั่ง วิศุทธิ์ พรนิมิตร เจ้าของผลงานวาดตัวการ์ตูน “น้องมะม่วงจัง” ผู้มีชื่อเสียงอย่างมากในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมวาดมุกประกอบในขายหัวเราะฉบับนี้ ซึ่งเป็นจุดที่เราจะได้ภาคภูมิใจในศิลปินของเมืองไทยด้วยนั่นเอง

ภาพจากขายหัวเราะฉบับที่ 1500

3) เนื้อหาของศิลปินรับเชิญกับของนักวาดขาประจำไม่เหมือนกัน

ถ้าสังเกตดีๆ ภาพวาดในส่วนของศิลปินรับเชิญที่ส่วนใหญ่มีผลงานวาดทางโลกออนไลน์นั้น จะเป็นมุกตลกที่เรามักจะเจอในขายหัวเราะเล่มอื่นๆ ได้เสมอ ทำให้เห็นว่าการวาดมุกตลกก็ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ โดยศิลปินได้มีการวาดมุกคลาสสิกต่างๆ ผสมกับมุกสมัยใหม่เข้าไปด้วย เช่น มุกติดเกาะ ล้อวรรณคดีไทย หรือล้อเรื่องความรักก็ตาม ในขณะที่นักวาดขาประจำนั้นจะมีการวาดภาพโดยมีหัวข้อเรื่องว่า ‘แรงบันดาลใจ’ มากกว่า ซึ่งนักวาดขาประจำหลาย ๆ คนนั้น ยังคงไว้ซึ่งลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์และสามารถสร้างความตลกขบขัน ในขณะที่บางมุกก็สร้างกำลังใจให้คนอ่านได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพจากขายหัวเราะฉบับที่ 1500

4) ภาพปกมีนัยยะบางอย่างซ่อนอยู่

ถ้ามองที่ภาพปกแล้ว เราจะเห็นภาพพื้นหลังเป็นรูปมุมตึก ซึ่งเป็นฉากเด็ดประจำของขายหัวเราะทุก ๆ ฉบับนั่นเอง ในภาพฝั่งขวานั้นเป็นภาพของตัวละครที่มักจะปรากฏอยู่ในขายหัวเราะเล่มเก่าๆ ทั้งหมดตลอด 1500 ฉบับที่ผ่านมา ในขณะที่ฝั่งซ้ายเป็นตัวละครของ นักวาดที่เป็นศิลปินรับเชิญทั้งสิ้น เป็นการมาร่วมแสดงความยินดีให้กับทางขายหัวเราะว่าเราได้ดำเนินมาจนถึงฉบับที่ 1500 แล้ว

ภาพปกขายหัวเราะฉบับที่ 1500

5) ขายหัวเราะฉบับนี้เป็นเหมือนการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของวงการการ์ตูนตลกไทย

ความแตกต่างในด้านลายเส้นและความตลกของนักวาดขาประจำของขายหัวเราะ กับศิลปินรับเชิญส่วนใหญ่ที่มาร่วมวาดให้กับขายหัวเราะฉบับนี้นั้น เป็นเหมือนการประกาศให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของการวาดมุกการ์ตูนลงสื่อ ที่ถึงแม้ว่าจะต่างคนวาด ต่างมุกตลก และต่างสื่อที่ได้ลง แต่ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ คนไทยยังคงมีความสุขกับการได้อ่านมุกตลกผ่านลายเส้นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เบาสมองไปด้วยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคนจาก Generation ใด หรืออยู่ในยุคสมัยใดก็ตาม

ตลอด 1500 ฉบับที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นสมัยไหนก็ตาม ความตลกผ่านมุกเหล่านี้ก็ยังคงอยู่กับเราตลอด แม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปแค่ไหน แต่ขายหัวเราะก็ได้มอบความตลกขบขัน ความผ่อนคลายทางใจให้กับคนในสังคมเรื่อยมา เรียกได้ว่า ขายหัวเราะ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว เหมือนกับวัยเด็กของใครหลาย ๆ คนที่ได้ #โตมากับขายหัวเราะ จริงๆ

เพราะเมื่อเราเจอเรื่องเครียด แค่หยิบขายหัวเราะขึ้นมาอ่าน ก็ทำให้หายเครียดได้ซะอย่างนั้น บางครั้งความตลกก็ช่วยให้เราลดความเครียดในลงได้บ้าง ชีวิตจะมีแต่เรื่องเครียดอยู่ตลอดได้อย่างไรกันเล่า ว่าไหม ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *